ฤดูกาลนี้ผลไม้ออกมาก มีราคาถูกอยู่ 2 อย่างคือ #มังคุด และ #ลิ้นจี่ ถูกแต่มากด้วยคุณค่าทางอาหาร #น้ำมังคุดลิ้นจี่
#สารอาหารต้านอนุมูลอิสระ #เสริมและปรับภูมิคุ้มกัน #High antioxidants
Mangosteen & Lychee Smoothies (4 serves)
1. มังคุดทั้งลูก นึ่งนาน 20 นาที ให้เนื้อในผลเป็นสีแดง ไม่ต้องเอาเมล็ดออก .... 4 ลูก
2. เนื้อในผลมังคุดสด ไม่ต้องเอาเมล็ดออก.... 1 1/2 ถ้วย
3. ลิ้นจี่ในน้ำเชื่อม 50% แช่ฟรีซเป็นน้ำแข็ง... 1 1/2 ถ้วย
(*** เมล็ดที่อยู่ภายในเนื้อมังคุดมีประโยชน์ เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ )
การทำลิ้นจี่ในน้ำเชื่อม :
ลิ้นจี่ 3 ถ้วยตวง
ปลอกเปลือก แล้วกว้านเมล็ดออก ล้างด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชู 1 ชต. สะเด็ดน้ำให้แห้ง
เตรียมกล่องพลาสติกมีฝาปิดสนิทไว้
ทำน้ำเชื่อม 50% :
น้ำปริมาณ 3 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
ตั้งไฟให้เดือด ให้น้ำตาลละลายหมด ยกลงพักให้อุ่นๆมือแตะภาชนะได้
นำลิ้นจี่มาใส่ในกล่องที่เตรียมไว้
ใส่น้ำมะนาว 1 ชต. ลงในน้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน
เทน้ำเชื่อมลงในกล่อง ปิดฝา
นำไปแช่เย็นช่องธรรมดา 12 ชม.
แล้วจึงนำไปแช่ช่องฟรีซ
***ทำเสร็จแล้วควรเสริฟทันที หากทิ้งไว้สีจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมน้ำตาลเข้มขึ้น
สำหรับคนที่อยากรู้ว่ากินมังคุดแล้วได้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ....เราเห็นว่าทาง เพจข่าวของ ASTV ได้รวบรวมข้อมูล ไว้หลายด้านค่อนข้างจะครอบคลุมมากที่สุด..
จึงคัดลอกมาบางส่วนไว้ให้อ่านกันค่ะ เพราะในBlogใส่ข้อมูลมากแล้วมันอัพโหลดไม่ได้ ใครสนใจฉบับเต็มก็ไปอ่านได้ใน ASTV นะคะ
สาระน่ารู้เกี่ยวกับมังคุด...คัดลอกบางส่วนจากเพจ ASTV
มังคุด : คุณค่าด้านอาหาร
ประโยชน์ของมังคุด
ประโยชน์ของมังคุด สรรพคุณเพียบ
มังคุดเป็นผลไม้จากเอเชียที่ได้รับความนิยมมาก ได้รับขนานนามว่าเป็น "ราชินีของผลไม้" อาจเป็นเพราะด้วยลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎของพระราชินี ส่วนเนื้อในก็มีสีขาวสะอาด มีรสชาติที่หวานอร่อย
เนื้อมังคุด
มีการนำมังคุดมาประกอบอาหารบ้างทั้งอาหารคาว เช่น แกง ยำ และอาหารหวาน เช่น มังคุดลอยแก้ว แยมมังคุด มังคุดกวน มังคุดแช่อิ่ม ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีการทำมังคุดคัด ด้วยการแกะเนื้อมังคุดห่ามออกมาเสียบไม้รับประทาน ในขณะที่ส่วนใหญ่จะนิยมรับประทางมังคุดสุกเป็นผลไม้ ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอีก
นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันอาการไข้ (ไข้ระดับต่ำ) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ออกฤทธิ์ต้านสิวอักเสบได้ดี และมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเครียด
การรับประทานมังคุดเป็นประจำ จะช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตดี อารมณ์ดีอยู่เสมอ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในร่างกาย มีสวนช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยคุณสมบัติในการลดและควบคุมระดับน้ำตาลอีกด้วย
เนื้อมังคุด มีเส้นกากใยสูง ช่วยเรื่องการขับถ่ายและมีวิตามินเกลือแร่สูงมาก เช่น กรดอินทรีย์ น้ำตาล แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก
น้ำมังคุด
น้ำมังคุดช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล ด้วยการหลั่งสาร Interleukin Iและ Tumor Necrosis Factor ช่วยยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน ลดอาการแพ้ภูมิตนเอง (ในโรค SLE) และลดการอักเสบ ในผู้ป่วยเบาหวาน ตับเสื่อม ไตวาย ข้อเข่าเสื่อม ความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน ไทรอยด์เป็นพิษ ความผิดปกติของสมองอันเนื่องจากการอักเสบ
ประโยชน์ของมังคุด
มังคุดกินแล้วอ้วนไหม
หลายคนสงสัยเหลือเกินว่ามังคุดกินแล้วจะอ้วนไหม เรามาดูกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร
แม้มังคุดจะมีรสชาติหวานแต่มีพลังงานต่ำ แคลอรี่น้อย จึงไม่ต้องกลัวอ้วน แถมทางการแพทย์นั้นยังยืนยันว่ามังคุดเป็นอาหารเสริมที่ดีซึ่งช่วยลดความอ้วนได้ด้วยมังคุดเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูง จึงเป็นประโยชน์ต่อการขับถ่ายทำให้ท้องไม่อืด และป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ จึงนับว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก
มังคุดมีกี่กิโลแคลอรี่
ในมังคุด 100 กรัม จะมีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้
แคลอรี่ 60-63
น้ำ 80.20-84.90 กรัม
โปรตีน 0.50-0.60 กรัม
ไขมัน 0.10-0.60 กรัม
แคลเซียม 0.01-8.00 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.20-0.80 มิลลิกรัม
กรดแอสคอร์ปิก 1.0-2.00 มิลลิกรัม
คาร์โบไฮเดรต 14.30-15.60 กรัม
ใยอาหาร 5.00-5.10 กรัม
เถ้า 0.20-0.23 กรัม
ซูโครส กลูโคส ฟรุกโตส 16.42-16.62 กรัม
ฟอสฟอรัส 0.02-12.00 มิลลิกรัม
ไทอามีน 0.03 มิลลิกรัม
เมล็ดมังคุด
เมล็ดมังคุดทานได้ไหม
หลายคนชอบทานมังคุดเป็นอย่างมาก พอทานแล้วเคี้ยวเพลิน ๆ ก็อยากจะเคี้ยวเมล็ดมังคุดลงไปด้วย ทั้งนี้การทานเมล็ดมังคุดนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่เมล็ดมังคุดอาจมีรสฝาด ทำให้ไม่นิยมทานกันเท่าที่ควร และอาจยังทำให้ติดคอเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นหลีกเลี่ยงการกลืนเมล็ดมังคุดเมล็ดใหญ่ ๆ ย่อมจะเป็นการดีกว่า
ทั้งนี้ กองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า ปกติหลายคนมักจะทิ้งเปลือกและเมล็ดมังคุดไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ทราบประโยชน์ ซึ่งความจริงแล้วในเมล็ดมังคุดมีกรดไลโนเลอิก ที่ร่างกายต้องการและสร้างขึ้นไม่ได้ ต้องรับจากอาหารภายนอกเท่านั้น หากรับประทานมังคุดแล้วเคี้ยวเมล็ดกลืนไปด้วยจะได้รับประโยชน์จากกรดนี้
นอกจากนี้ นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 323 เขียนโดย ภกญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ให้ข้อมูลว่า บางประเทศนิยม นำเมล็ด ของมังคุด มาต้มหรือคั่วกินเป็นของว่างอีกด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น